วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แม่คะนิ้งโผล่ยอดดอยอินทนนท์เป็นวันที่ 9


ปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 9 บนยอดดอยอินทนนท์ นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสความหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก

        วันนี้ (25 ธ.ค. 56) มีรายงานปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ แม่คะนิ้ง เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 9 ที่ ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ หลังอากาศหนาวจัดต่อเนื่องมานานกว่า 1 สัปดาห์ และอีกหลายยอดดอยของเชียงใหม่ทั้งที่ดอยผ้าห่มปก และดอยอ่างขาง ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวและชมแม่คะนิ้งตามยอดดอยต่างๆ กันมากขึ้น

ขยายเปิดด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็กรับปีใหม่ถึงตี 2


รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2556-2557 ที่กำลังจะถึงนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติให้ดำเนินการตามข้อเสนอของฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย ในการขยายระยะเวลาการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบริเวณสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย เพื่อเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หรือเคาท์ดาว

        โดยกำหนดให้มีการขยายระยะเวลาการเปิดด่านตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2556 จนถึงวันที่ 1 ธ.ค.2557 โดยทางกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 และมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ให้ชยายระยะเวลาโดยกำหนดระยะเวลาคือวันที่ 30 ธ.ค.กำหนดให้เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่เวลา 06.30-22.00 น.และวันที่ 31 ธ.ค.2556-1 ม.ค.2557 ให้เปิดด่านตั้งแต่เวลา 06.30-02.00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ห้ามรถยนต์ขึ้นดอยสุเทพช่วงปีใหม่ ลดปัญหาจราจร


ตำรวจเชียงใหม่ ห้ามรถบัส รถเก๋ง รถปิคอัพส่วนบุคคลขึ้นดอยสุเทพช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดระบุให้จอดที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯเพื่อขึ้นรถที่เตรียมไว้บริการ

        เนื่องจากเทศกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ทุกปี โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าในมาในจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก และพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะขึ้นไหว้พระนมัสการยังวัดพระธาตุดอยสุเทพจำนวนมาก และยังท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวช บ้านแม้วดอยปุย และขุนช้างเคี่ยน

        จากการสำรวจในปีที่ผ่านมาพบว่า มีคนเดินทางขึ้นดอยสุเทพวันนึงไม่ต่ำกว่า 50,000 คน หรือบางวันถึง 100,000 คนแต่พบว่าพื้นที่จอดรถจำกัด ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีพื้นที่จอดรถ 500 คัน พระตำหนักภูพิงค์ 200 คัน บ้านแม้วดอยปุย 150 คัน ไม่เพียงพอต่อปริมาณรถนักท่องเที่ยว ที่เดินทางขึ้นหลายหมื่นคันต่อวัน ส่งให้เกิดปัญหาการจราจรแออัดอย่างรุนแรง

ดอกซากุระเริ่มบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดอยช้างมูบ


จ.เชียงรายอากาศหนาวจัด บนยอดดอยอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศา ทำให้ดอกซากุระเริ่มบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยว

        วันนี้ (18 ธ.ค. 56) มีรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงรายถือว่าหนาวจัด โดยเฉพาะตามยอดดอยอากาศเย็นมาก อุณหภูมิตามยอดดอยต่ำกว่า 4 องศาเซลซียส ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดทำให้ดอกซากุระเมืองไทย หรือพญาเสือโคร่งที่ดอยช้างมูบ โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เริ่มผลิบานรับลมหนาวอย่างสวยงามแล้ว

        ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงสิ้นปี ดอกซากุระจะบานเต็มต้นในทุกต้นซึ่งมีมากกว่า 100 ต้น ในจุดนี้ชาวบ้านบอกว่า ดอกซากุระเมืองไทยไม่เคยบานเต็มต้นมานานแล้ว เพราะอากาศไม่ค่อยหนาว แต่ปีนี้น่าจะบานมากที่สุด เนื่องจากมีสภาพอากาศหนาวเย็นจัด สำหรับในตัวอ.เมืองเชียงราย ตรวจวัดอุณหภูมิเช้าวันนี้ได้ 7 องศาเซลเซียล

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทำไมคนที่ปฏิบัติธรรมถึงเจ้าชู้ ??


          ความจริงแล้วมนุษย์ทุกคน หากไม่เป็นพระอริยเจ้าเพียงใด ย่อมเจ้าชู้ทุกคน เนื่องจากยังมีกิเลสอยู่เต็มหัวใจ แม้แต่พระธุดงค์กรรมฐาน ผู้ประกาศตนเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังมีความกำหนัดในกามอยู่ เพียงแต่ว่าท่านเหล่านั้นมีจิตใต้สำนึกที่ดี พยายามข่มใจตนเองไว้

                ทั้งผู้ชายก็ดี ผู้หญิงก็ดี หรือเพศอื่นๆก็ดี ต่างก็มีความเจ้าชู้หมด เพียงแต่จะเจ้าชู้ออกมารูปแบบไหนเท่านั้น บางคนแสดงออกตรงๆ บางคนแอบเจ้าชู้ ก็อยู่ที่จิตใต้สำนึกและเหตุปัจจัยรอบด้านว่าเป็นอย่างไรด้วย

ทำไมคนปฏิบัติธรรมถึงเจ้าชู้?

                อย่างที่กล่าวมาแล้วว่าความจริงคนเราทุกคนเจ้าชู้หมด เพียงแต่คนที่ประกาศตัวออกมาว่าเป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม จะถูกจ้องจับผิดเป็นพิเศษ หากแสดงอาการใดๆออกมาที่แสดงถึงความหมกมุ่นในกามมารมณ์ ก็จะถูกมองว่า เจ้าชู้

                 นอกจากนี้ ก็มีนักปฏิบัติธรรมบางกลุ่มที่ปฏิบัติธรรมเพื่อแสวงหากิเลส เช่น สวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ เข้าวัดเข้าวา เพื่อให้เกิด ลาภ ยศ สรรเสริญ และในเรื่องกามด้วย

                  คนที่สวดมนต์ภาวนา หมั่นทำบุญทำทานบางกลุ่ม จะมีความเข้าใจผิดคิดว่า บุญสามารถล้างบาปได้ คือเมื่อตนทำความชั่วตอบสนองกิเลสได้แล้ว ก็จะทำบุญล้างบาปของตน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบุญไม่สามารถล้างบาปได้

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปิดทองหลังพระ


          “การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็น ก็ต้องปิด คนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้”

                เมื่อเรานึกถึงธรรมะ มักนึกถึงพระสงฆ์กัน ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่บรรดาพุทธบริษัททราบหรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ก็เป็นพระเช่นกัน แต่เป็นพระที่ใจ

                  หากจะถามว่าผู้ที่มีความรู้ในทางโลกและทางธรรมมากที่สุดคือใคร คำตอบคงหนีไม่พ้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แตกฉานในความรู้ทั้งปวง

                     แต่ถ้าถามว่า หากจะนับเพียงเพศฆราวาสแล้ว ในยุคนี้ ใครคือผู้ที่มีความรู้แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรมมากที่สุด ก็ต้องขอตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชการที่ ๙"

                เชื่อหรือไม่ว่าการปิดทองหลังพระนั้นได้บุญมากกว่าปิดทองข้างหน้า เนื่องจากว่าบุคคลที่ทำบุญในด้านต่างๆด้วยจิตที่เป็นกุศลมากเท่าไหร่ ยิ่งได้บุญมากเท่านั้น ตรงข้ามกับผู้ที่ทำบุญเอาหน้า ซึ่งจริงๆแล้วก็ได้บุญเหมือนกัน แต่ได้น้อยลงไป เพราะจิตที่ไม่ได้ศรัทธา มัวแต่คิดถึงหน้าตาตัวเอง

คติธรรม คำสอน หลวงปู่ทวด วัดช้างให้


 "พูดมาก เสียมาก
พูดน้อย เสียน้อย
ไม่พูด ไม่เสีย
นิ่งเสีย โพธิสัตว์"

               เมื่อกล่าวถึงหลวงปู่ทวด มักจะนึกถึงเรื่องที่หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด แต่ความจริงแล้วน้ำทะเลไม่ได้จืดทั้งหมด แต่จืดเฉพาะบริเวณที่เหยียบ

               เป็นเรื่องปรกติที่มนุษย์มักจะคิดถึงเรื่องอิทธิปาฏิหารย์ต่างๆเป็นหลัก ว่าวิเศษอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ลืมคิดถึงหลักคำสอน อย่างเช่นประโยคที่ยกตัวอย่างมานี้

               คนเราทำกรรมได้ 3 ทาง คือ ทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ เมื่อวาจาดี ย่อมได้บุญ ที่กล่าวมาว่า ไม่พูด ไม่เสียนั้น ไม่ใช่ว่าไม่ให้พูดกับใครเลย แต่ควรพูดเมื่อจำเป็นเท่านั้น และก็ต้องคิดให้ดีก่อนพูด

คติธรรม คำสอน หลวงพ่อเกษม เขมโก


           "ถ้าต้องพูดกับคนทุกคนแล้ว คงไม่มีเวลาปฏิบัติธรรมแน่ การเห็นเป็นเหตุแห่งการคิด การคิดเป็นเหตุแห่งการเห็น ถ้าคิดดีก็เป็นทางเย็น ถ้าคิดเป็นก็เย็นสบาย ตายเป็นเหม็นเน่า เราเขาเหมือนกัน อยู่ไปทุกวันใครได้ก็ดี ใครมีก็ได้"

               หลวงพ่อเกษม เขมโกแห่งสุสานไตรลักษณ์จังหวัดลำปาง เป็นพระที่มีความรักสันโดดเป็นอย่างมาก  มีคนพยายามจะให้มาเป็นเจ้าอาวาส มาเป็นครูสอนกรรมฐานและยัดเยียดเกียติยศชื่อเสียงให้ แต่ก็ปฏิเสธ และก็ได้หนีไปอยู่ในป่าช้าคนเดียว คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะทำให้กิเลสหมดสิ้นไปไม่กลับมาเกิดอีก ซึ่งตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ให้ขัดเกลาตัวเองให้ดีก่อนแล้วจึงค่อยฝึกผู้อื่น

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

คติธรรม คำสอน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก


         "อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก แม้อำนาจของกรรมดี ก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมชั่ว และอำนาจของกรรมชั่ว ก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมดี มีเมตตาต่อเขาผู้เป็นทุกข์นั้นดีนัก แต่อย่าลืมเมตตาตน"

               คำว่า "กรรม" แปลว่า "การกระทำ" สิ่งใดที่ถูกกระทำไปแล้วมิอาจลบล้างได้ แม้เคยทำความชั่วเพียงเล็กน้อยในอดีต ความดีที่พยายามทำทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถลบล้างความชั่วในอดีตได้เลย เว้นเสียแต่ว่าจะย้อนเวลาไปในอดีต แล้วไปหยุดการกระทำชั่วในอดีตนั้น

                แต่จะมีประโยชน์อันใดที่จะย้อนกลับไปแก้ไข เพราะประการแรก เป็นที่ทราบกันดีว่า การย้อนเวลานั้นทำไม่ได้อยู่แล้ว หรืออาจจะทำได้ก็ได้ แต่คงใช้เวลาอีกยาวนาน แล้วจะรอวันนั้นหรือ? ก็คงไม่อยากรอเป็นแน่ ประการต่อไปคือ จะย้อนไปแก้ทำไม ในเมื่อมนุษย์มีศักยภาพในการทำความดีได้ไม่จำกัด หากจิตใจผู้ปฏิบัติลืมความชั่วทั้งหมด นำความดีใส่ไปแทน กำลังใจตั้งมั่นในความดี แล้วจะกลับไปแก้ไขอดีตทำไม ในเมื่อกำลังใจอยู่ในความดีได้แล้ว เป็นอันว่าเรื่องความชั่วในอดีตก็ไม่ต้องคิดกัน

คติธรรม คำสอน หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ



 “ยิ่งเอา มันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมด มันยิ่งได้”



             ทานบารมีนี้จัดว่าเป็นพื้นฐานใหญ่ในพระพุทธศาสนา ยิ่งผู้ใดมีความเสียสละทรัพย์ของตัวเองมากเท่าไหร่ บุคคลผู้นั้นยิ่งใกล้พระนิพพานมากขึ้นเท่านั้น

              แม้แต่พระอริยบุคคลที่บรรลุธรรมแล้ว ก็ยังมีการให้ทานเป็นปรกติ ไม่ได้คิดว่าตนเองบรรลุแล้ว ไม่ต้องให้ก็ได้ แล้วเราที่ยังเป็นปุถุชนล่ะ จะทิ้งทารให้ทานเชียวหรือ

การสร้างทานบารมีนั้นมีหลายระดับดังนี้

1)  เสียสละ  คือการยอมเสียทรัพย์บางส่วน เป็นบารมีชั้นต้น

2)  สละ        คือการยอมเสียทรัพย์ที่มีอยู่ เป็นบารมีอย่างกลาง

3)  ละ          คือการทิ้งทุกอย่างโดยใจไม่ยึดติด เป็นบารมีอย่างสูง

              ถ้าเป็นพระอริยะเจ้าแล้ว มีแต่คำว่า "ละ" เท่านั้น ท่านไม่เก็บไว้แน่นอน ดังคำสอนของหลวงพ่อคูณ คือ ยิ่งเราเก็บไว้ ถ้าตายไปแล้วก็จบกัน ไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้ายิ่งให้ บุญจากการให้ก็ส่งผลทำให้มีเพิ่มขึ้น ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไป