บันทึกความทรงจำ การเดินทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ การทำ SEO แหล่งความรู้ทุกแขนงถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ให้ทุกคนได้ศึกษา ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากความทรงจำอันดีงาม ให้เช่าวัตถุมงคล พระเครื่อง พระบูชา รับตรงจากวัด แจกรูปฟรี
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559
เทศกาล “มะม่วงมันหนองแซง” ประจำปี 2559
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาล “มะม่วงมันหนองแซง” ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2559 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี กล่าวว่า อำเภอหนองแซงเป็นแหล่งปลูกมะม่วงดีที่สุดในประเทศไทย เพราะมะม่วงมันหนองแซงมีรสชาติที่ หวาน มัน อร่อยกว่าที่อื่น เมื่อผลเล็กเท่าเมล็ดพุทรา จะมีรสฝาดกินไม่อร่อย ผลโตขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งจะเริ่มมีรสชาติมัน รสชาติจะดีที่สุดตอนเข้าไคลแล้ว นิยมกินเมื่อแก่จัดและยังดิบอยู่ สังเกตจากผิวสีเทานวลหากปล่อยให้สุก จะเสียรส มีรสจืด แต่มะม่วงมันอื่นๆ ส่วนมากจะรสชาติมัน เฉพาะตอนแก่จัดจ้าน(ห่าม) มะม่วงมันหนองแซงนี้หากนำไปปลูกที่อื่น รสชาติจะกลายไปจากดั้งเดิมทันที ฉะนั้นมะม่วงมันหนองแซงจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตามพื้นที่ปลูกเป็นของตนเอง จนมีพ่อค้ามารับซื้อแบบเหมาสวนเพื่อนำไปเป็นสินค้าส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศ จนเป็นที่กล่าวขานโด่งดังไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริมฟื้นฟูมะม่วงมันหนองแซง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทางจังหวัดสระบุรี ร่วมกับอำเภอหนองแซง และประชารัฐอำเภอหนองแซง ได้กำหนดจัดงานเทศกาล “มะม่วงมันหนองแซง” ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2559 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ททท.สำนักงานลพบุรี จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชมงาน เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานตำนานมะม่วงมันหนองแซงซึ่งในอดีตเป็นมะม่วงที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยให้เป็นมะม่วงมันอยู่คู่อำเภอหนองแซงสืบไป
วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559
1600 แพนด้าพลัส เวิลด์ ทัวร์ อิน ไทยแลนด์
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร เตรียมนำเสนอปรากฏการณ์งานศิลปะเชิงอนุรักษ์ระดับโลกสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย กับโครงการ “1600 Pandas+ World Tour in Thailand” (1600 แพนด้าพลัส เวิลด์ ทัวร์ อิน ไทยแลนด์)
ภายใต้แนวคิด “For the world we live in and the ones we love” จับมือกับ กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) ในการเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยอาสาเป็นเจ้าภาพพากองทัพแพนด้าสุดยอดงานศิลปะในรูปแบบ เปเปอร์มาเช่ กว่า 1,600 ตัว
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559
ฟังดนตรีแจ๊ส แพร่-อัมสเตอร์ดัม สองวัฒนธรรมแห่งดนตรี
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจร่วมเพลิดเพลินกับฟรีคอนเสิร์ต “แพร่ – อัมสเตอร์ดัม สองวัฒนธรรมแห่งดนตรี” ในวันที่ 12 มีนาคม 2559 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก และกลุ่มประเทศ GMS อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ กล่าวว่า จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติ และวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตแบบพื้นเมืองท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลาย ทั้งด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ในปี 2559 จังหวัดแพร่ยังได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัสเชื่อมโยงกับจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ ได้เล็งเห็นความสำคัญการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว จังหวัดแพร่ จึงได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ หอการค้าจังหวัดแพร่ ธนาคารกรุงเทพ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) และสายการบินนกแอร์ กำหนดจัดกิจกรรมระดับนานาชาติโดยการนำวงดนตรีแจ๊สระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ขอเชิญร่วมงาน ประเพณีกำฟ้าไทพวน ประจำปี 2559
สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจเที่ยว งาน “ประเพณีกำฟ้า ประจำปี 2559” ในระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2559 ณ สนามกีฬา เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ กล่าวว่า เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ได้กำหนดจัดงานประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนตำบลทุ่งโฮ้ง ประจำปี 2559 ในระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2559 ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัด แพร่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่ออนุรักษ์สืบสานและเผยแพร่ขนบประเพณี วัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญา ท้องถิ่นของชาวไทยพวนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ ตลอดจนเพื่อเป็นการสักการะบูชา และรำลึกถึงบรรพบุรุษ ของชาวไทยพวน
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559
จ.บึงกาฬ เตรียมแหล่งท่องเที่ยวพร้อมรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
นางกุสุมา หงส์ชูตา ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬให้การต้อนรับนายกลินท์ สารสิน รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และ 2 ได้แก่จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย บึงกาฬ มุกดาหาร สกลนคร นครพนม และพาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อจะได้ส่งเสริมการ โปรโมทการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬอีกด้าน
โดยในจุดแรกได้พาขึ้นชม ภูสิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู เนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายทอดตัวไปตามทิศเหนือ-ใต้ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีวิไลกับอำเภอเมืองบึงกาฬ มีทรัพยากรป่าไม้ที่คงสภาพสมบูรณ์ ซึ่งได้ชมจุดไฮไลท์ของภูสิงห์คือหินสามวาฬซึ่งในวันนี้อากาศเป็นใจเกิดทะเลหมอกให้ได้ชมความงดงามของธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดบึงกาฬ และเดินทางท่อไปยังภูทอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาสิงห์ อำเภอศรีวิไล ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่ง ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ ด้านล่างบริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขาทั้งสิ้น 7 ชั้น ด้านบนมีกุฏิและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผาและสามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งสร้างโดยพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ"
โดยในจุดแรกได้พาขึ้นชม ภูสิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู เนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายทอดตัวไปตามทิศเหนือ-ใต้ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีวิไลกับอำเภอเมืองบึงกาฬ มีทรัพยากรป่าไม้ที่คงสภาพสมบูรณ์ ซึ่งได้ชมจุดไฮไลท์ของภูสิงห์คือหินสามวาฬซึ่งในวันนี้อากาศเป็นใจเกิดทะเลหมอกให้ได้ชมความงดงามของธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดบึงกาฬ และเดินทางท่อไปยังภูทอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาสิงห์ อำเภอศรีวิไล ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่ง ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ ด้านล่างบริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขาทั้งสิ้น 7 ชั้น ด้านบนมีกุฏิและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผาและสามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งสร้างโดยพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ"
ททท. ขอเชิญร่วมกิจกรรม สมโภช 1188 ปี เมืองแพร่
(ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจร่วมกิจกกรม “สมโภช 1188 ปี เมืองแพร่” ในระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2559 ณ บริเวณวงเวียนน้ำพุหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่
นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์จังหวัดแพร่ก่อตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. 1371 โดยพ่อขุนหลวงพล หรือพญาพล ซึ่งได้พาคนไทยเชื้อสายไทยลื้อ –ไทยเขินส่วนหนึ่งมาจากเมืองเชียงแสน ไชยบุรี และเวียงพางคํา ลงมาสร้างบ้าน แปงเมือง และเสริมกำแพงเมืองเดิมให้สูงขึ้น และขนานนามว่าเมืองพลนคร หรือเมืองแพร่ในปัจจุบัน โดยในปี 2559 นี้เมืองแพร่มีอายุครบ 1,188 ปี จังหวัดแพร่ จึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมฉลองเมืองแพร่ครบรอบ 1,188 ปี ในระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2559 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณตามแบบล้านนาเมืองแพร่อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยจัดกิจกรรม พิธีกรรมตามความเชื่ออันเป็นสิริมงคลแก่เมืองแพร่ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดความสนใจของนักท่องเที่ยวต่อจังหวัดแพร่ โดยใช้ทุนทางประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม มาเป็นแรงจูงใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้รู้จักเมืองแพร่มากขึ้น โดยจะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีรูปแบบเฉพาะของเมืองแพร่
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559
จุดมุ่งหมายสำคัญ ของการหัดตาย โดย..สมเด็จพระญาณสังวรฯ
"จุดมุ่งหมายสำคัญ ของการหัดตาย"
" .. ก็คือ เพื่อปล่อยใจจากสิ่งทั้งหลาย ก่อนที่จะถูกความตายบังคับให้ปล่อย
กิเลสเครื่องเศร้าหมองใจ ตัณหาความดิ้นรนทะยานอยาก
อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นทั้งหลายทั้งปวง
หัดใจให้ปล่อยเสีย พร้อมกับหัดตาย สิ่งอันเป็นเหตุ ให้โลภ ให้โกรธ
ให้หลง ให้เกิดตัณหาอุปาทาน หัดละเสีย ปล่อยเสีย
พร้อมกับหัดตาย ซึ่งจะมาถึงเราทุกคนเข้าจริงได้ทุกวินาที .. "
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กทม.
ธรรมและกิเลสนี้ เกิดจากใจ โดย..หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
" .. แสดงออกมาจากใจ ให้เป็นความร่มเย็นเป็นสุขทั่วหน้ากัน แล้วยิ่งต่างคนต่างมีธรรมภายในใจ
ก็ฉายแสงออกมาด้วยความดีงามนี้ โลกจะชุ่มเย็นไปทั่วหน้ากัน เพราะอำนาจแห่งธรรมไม่เคยทำ
ใครให้เดือดร้อนเลย
นอกจากกิเลส มีมากมีน้อยก่อกวนทุกอย่าง เป็นไปได้ไม่มีประมาณ สำหรับกิเลสนี้เกิดขึ้นจากใจ
ด้วยกันนะ กิเลสก็เกิดขึ้นจากใจ แสดงฤทธิ์ออกมาจากใจ ทำลายตนเองแล้วก็ทำลายผู้อื่น
แล้วธรรมก็ออกลวดลายหรือออกฤทธิ์ขึ้นมาจากใจ ทำความร่มเย็นเป็นมงคลแก่ตนเอง ให้ความร่ม
เย็นและเป็นสิริมงคลแก่ส่วนรวมทั่ว ๆ ไป ก็คือธรรมที่เกิดขึ้นจากใจ
วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559
ประกาศ ! ปีนี้ไม่เปิดเขาช้างเผือก หวั่นความปลอดภัย
"เขาช้างเผือก" ตั้งตระหง่านอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในยอดเขาที่นักเดินทางใฝ่ฝันไปเยือนสักครั้งในชีวิต เพราะทุกคนต่างอยากที่จะเข้ามาชื่นชมความสมบูรณ์ของผืนป่าธรรมชาติและสัตว์ป่าของที่นี่ แต่ในปี 2559 ใครหลายคนอาจต้องผิดหวัง เพราะทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิได้ออกประกาศมาแล้วว่า
ทางอุทยานขอปิดเส้นทางการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกลเขาช้างเผือก ณ บริเวณหมู่บ้านอีต่อง หมู่ที่ 1 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางพิชิตยอดเขาช้างเผือก โดยทางอุทยานได้ให้เหตุผลว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน ทำให้เส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวค่อนข้างสูง ประกอบกับปัญหาเรื่องช้างป่าจำนวนหนึ่งได้เคลื่อนที่ฝูงเข้ามาหากิน จากพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมายังพื้นที่สวนป่าทองผาภูมิ ซึ่งเป็นอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานจึงออกมาประกาศปิดเส้นทางการการเดินป่าด้วยเหตุผลดังกล่าว
จังหวัดสุโขทัย เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมฝูงค้างคาวนับล้านตัว บินออกจากถ้ำเจ้าราม
นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่าจังหวัดสุโขทัย เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมฝูงค้างคาวนับล้านตัว ที่บินออกจากถ้ำเจ้าราม ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำขาว อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย
โดยในช่วงเย็นของทุกวัน เวลาประมาณ 17.00 น. ฝูงค้างคาวจะรวมตัว บินออกจากถ้ำเป็นแนวยาว พาดผ่านบนท้องฟ้ายาวนานเกือบ 1 ชั่วโมง ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม ก่อนจะบินหายลับไปกับความมืดเพื่อไปหากิน และจะกลับมายังถ้ำอีกครั้งในช่วงเช้ามืด ทั้งนี้ถ้ำเจ้ารามมีฝูงค้างคาวกินแมลงอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านตัว ทั้งค้างคาวเล็บกุด ค้างคาวปีกถุงใหญ่ ค้างคาวหน้ายักษ์กระบังหน้า ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ ค้างคาวปากย่น และค้างคาวปีกพับใหญ่ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








