วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศีลทำให้เป็นคนดีงามตราบเท่าชรา


สีลัง ยาวะ ชรา สาธุ   ศีลทำให้เป็นคนดีงามตราบเท่าชรา ดังนี้

ผู้ไม่มีศีลได้ชื่อว่าเป็นผู้สกปรก ดังท่านแสดงไว้ในเรื่องโทษของศีลว่า ผู้ล่วงละเมิดในศีลข้อนั้นๆ นอกจากจะเป็นผู้สกปรก เดือดร้อนด้วยโทษนั้นๆ แล้ว

เมื่อตายไปแล้วจะต้องไปสู่ทุคติ มีนรกเป็นที่สุด เมื่อเสวยผลของกรรมนั้นพอควร แล้ว จึงจะพ้นจากนรกนั้นมาเกิดเป็นคนแล้วได้รับเศษกรรมนั้นอีก ดังนี้ …

๑ .. โทษของการฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ..

จะเป็นผู้มีอายุสั้นพลันตาย เป็นคนขี้โรค ทรมาน

รูปร่างก็น่าเกลียด ไม่มีใครเมตตาเอ็นดู
๒ ..โทษของการฉ้อโกง ลักขโมยของเขา ..

จะเป็นคนจนทรัพย์อับปัญญาอนาถาหาที่

พึ่งมิได้ หาทรัพย์มาไว้ได้ ก็จะมีแต่คนมาฉ้อโกง

ลักขโมยเอา และฉิบหายด้วยภัย ต่าง ๆ

๓ .. โทษของการประพฤติมิจฉาจาร ..

เมื่อได้ลูกเมียมาจะได้แต่คนว่ายากสอนยาก

ประพฤตินอกใจ ทำให้ชอกช้ำใจเป็นทุกข์มาก

๔ .. โทษของการกล่าวเท็จโกหกเป็นต้น ..

เมื่อเกิดมาเป็นคนพูดจาสิ่งใดไม่มีคนเชื่อ

ถ้อยฟังคำ มีแต่เขาจะมาหลอกลวงให้เสียทรัพย์

เสียดสีด่าว่าหยาบคายต่าง ๆ นานาเป็นต้น

๕ .. โทษของการดื่มสุราเมรัย ..

จะเป็นคนบ้านใบ้เสียจริตผิดมนุษย์

อีกทั้งเป็นคนโง่เขลา เบาปัญญาไม่น่าคบ

นี่โทษของการไม่ตกแต่งฝึกฝนอบรม กาย วาจา ใจ

ตามศีลธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้สกปรกเศร้าหมอง

ทั้งที่เป็นมนุษย์และละโลกนี้ไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ จึงควรแต่งกาย วาจา ใจ

ให้สะอาดเสียตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้

เพราะถ้าไม่สะอาดแต่เมื่อยังอยู่ในโลกนี้

ตายไปแล้วก็จะเป็นผู้สกปรกไม่สะอาดใน

โลกหน้าต่อไปอีก ดังแสดงมาแล้ว ..

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น