วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

วิธีการใช้งาน SSD ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


รู้จัก SSD และลักษณะทางกายภาพของ SSD
SSD นั้นถือเป็น Storage ชนิดหนึ่งที่ให้ประสิทธิภาพสูง เนื่องจากใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลในลักษณะของFlash Memory ซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหว เหมือนกับ HDD และมีความทนทานต่อสภาพการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งถึงแม้ข้อดีนั้นจะมีมากมาย แต่ยังไงก็แล้วแต่ SSD ก็มีวันหมดอายุขัยเหมือนกับ อุปกรณ์ทั่วๆไป

อายุการใช้งานของ SSD ขึ้นอยู่กับอะไร
SSD ใช้การเก็บข้อมูลอยู่บน Flash Memory ซึ่ง Flash Memory นั้นมีอายุการใช้งานที่ขึ้นอยู่กับจำนวนการอ่านเขียนข้อมูลลงบน Flash Memory ฟังดูเหมือนน่ากลัวนะครับ แต่ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เนื่องจากอายุการใช้งานของเม็ด Flash Memory ที่ถูกนำมาผลิต SSD นั้นมีอายุการเขียนในแต่ละCell ที่ประมาณ 10,000 ครั้งครับ(ใน SSD1 ลูกนั้นมีหลายเซลล์ครับ รวมๆแล้ว มากกว่าล้านครั้ง) เพราะฉะนั้น ถ้าเราสนใจหรือกำลังใช้งาน SSD เราก็ไม่ควรพลาดที่จะเรียนรู้วิธีการใช้งาน SSD ให้ยาวนาน ไม่จากลาเราไปก่อนเวลาอันควร


ยืดอายุ SSD ของคุณ!
หาก คุณใช้ SSD คู่กับ OS รุ่น Windows7 นั้นใน Windows7 มีฟังก์ชั่นที่ช่วยในการยืดอายุ SSD ของคุณอยู่แล้วครับ ฟังก์ชั่นนี้ชื่อว่า TRIM โดยในการเขียนข้อมูลลงเป็น Storage (SSD, HDD) เวลาที่เราลบข้อมูล สิ่งที่หายไปคือตัวชื่อของไฟล์นั้นๆครับ แต่ตัว Data จริงๆนั้นยังไม่หายไปไหน ซึ่งกรณีแบบนี้ถ้าเราใช้ SSD นั้นจะทำให้ SSD ของเราช้าลงครับ เพราะเราไม่ได้ลบ Data ออกจากเครื่องจริงๆ การใช้งานฟังก์ชั่น TRIM ก็เพื่อลบ Data จริงๆที่เรากดลบไปแล้วนั่นเอง ทำให้ SSD มีความเร็วไม่ลดลง และยังยืดอายุ Cell ของ SSD เพราะไม่เกิดการเขียนทับซ้อนของข้อมูลใน Cell เดียวกันบ่อยๆ แต่ข้อเสียก็คือ เมื่อเรากดลบไฟล์นั้นๆไปแล้ว Data จะหายไปจริงๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถกู้ไฟล์คืนได้เลย


ต่อมา เราก็มาปิดหรือเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางตัวบน OS Windows เพื่อไม่ให้ใช้งานการอ่านเขียนบน SSD มากเกินจำเป็น
ฟังก์ชั่นเหล่านี้ก็ได้แก่

Paging File
โดย Page File มีจุดประสงค์เพื่อใช้เนื้อที่บน Storage จำลองแทน RAM เพื่อป้องกันไม่ให้ RAM บนเครื่องถูกใช้งานจนเต็ม
แต่ ถ้าหากว่า RAM ในเครื่องคุณมีไม่มากถึง 8GB และ มี Storage เพียงแค่ SSD แค่ตัวเดียว เราไม่แนะนำให้ปรับแต่งในส่วนของ PageFile นะครับ เพราะจะส่งผลถึงความเสถียรภาพของระบบปฏิบัติการ และการใช้งานโปรแกรมของคุณ โดยตรง
วิธีการนี้ สามารถนำไปใช้กับ Application ตัวอื่นๆที่มี Temporary Files หรือมีการทำ Cache บน Storage เราก็สามารถย้าย Cache ไปไว้บน Storage ที่ไม่ใช่ SSD ก็ได้เช่นกันครับ ส่วนวิธีการตั้งค่าอันนี้ต้องศึกษาจากโปรแกรมที่ท่านใช้งานอยู่นะครับ

ปิดการใช้งาน Hibernation
Hibernation คือปิดเครื่องแต่นำทุกอย่างที่อยู่บนแรมย้ายไปไว้บน Storage เพื่อให้มีความรวดเร็วเวลาที่เราเปิดเครื่องอีกครั้งเพื่อใช้งาน ทำให้โปรแกรมหรืองานที่เราทำไว้ต่างๆยังคงอยู่ครับ ซึ่งการ Hibernation ทำให้เกิดการเขียนข้อมูลจำนวนมากลงบน Storage ในแต่ละครั้ง ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ครับ

วิธีการปิดฟังก์ชั่น Hibernation
-กด Windows+R ครับ แล้วพิมพ์ CMD แล้ว Enter
-พิมพ์ powercfg /hibernate off
เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยสำหรับการปิดฟังก์ชั่น Hibernation

ปิดฟังก์ชั่น Defragment เราไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว !!!
Defragment คือการจัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลนั้นมีความรวด เร็วมากที่สุด ถ้าเป็น Storage ที่เป็น HDD ล่ะก็ คุณอาจจะต้องการใช้ฟังก์ชั่นนี้ แต่สำหรับ SSD การ Defragment นั้นไม่จำเป็น เพราะมีการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วกว่า HDD เยอะมาก และยังส่งผลตรงกันข้ามเพราะการ Defragment ในแต่ละครั้ง มีการเขียนและลบไฟล์จำนวนมาก ซึ่งเป็นการลดอายุการใช้งานของ SSD ลงโดยไม่จำเป็น


ย้าย Search Index ไฟล์ไปไว้ที่ Storage ตัวอื่นหรือยกเลิกหากไม่ใช้งาน

Search Index นั้นเปรียบเสมือน สารบัญในหนังสือครับ เพื่อให้เวลาเราใช้ฟังก์ชั่น Search จะได้มีความรวดเร็วในการใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่า ทุกครั้งที่เรามีการเปลี่ยนแปลง เพิ่ม ลด ไฟล์ จะมีการเขียนไฟล์ Index ใหม่ตลอด ทำให้เพิ่มจำนวนการเขียนไฟล์บน SSD โดยไม่จำเป็น หากเรายังจำเป็นต้องใช้ Search Index อยู่ เราควรจะย้ายไฟล์ search index ไปไว้ที่ Drive อื่นที่ไม่ใช่ SSD ซึ่งกรณีนี้ทำได้เฉพาะเครื่องที่มี Storage มากกว่า 1 ตัวเท่านั้นครับ

การตรวจสอบว่า ตอนนี้เราเปิดใช้ TRIM อยู่หรือไม่

ขั้นแรก
ให้กด ปุ่ม Windows+R แล้วพิมพ์ CMD กด Enter ครับ
จะเข้าสู่หน้าจอ Command Prompt ให้พิมพ์
fsutil behavior query disabledeletenotify

แล้วหน้าขอ Command Prompt จะแสดงผลดังนี้ครับ

DisableDeleteNotify = 1 หมายถึง TRIM ถูกปิดการใช้งานไว้ครับ
DisableDeleteNotify = 0 หมายถึง TRIM ถูกเปิดการใช้งานไว้อยู่ครับ

ซึ่งหากเป็น 1 คำสั่งในการเปิดการใช้งาน TRIM ก็ให้พิมพ์คำสั่งดังนี้ครับ
fsutil behavior set disabledeletenotify 0
แต่ถ้าหากเราไม่ต้องการใช้ฟังก์ชั่น TRIM ก็ให้พิมพ์คำสั่งดังนี้ครับ
fsutil behavior set disabledeletenotify 1

Paging File

โดย Page File มีจุดประสงค์เพื่อใช้เนื้อที่บน Storage จำลองแทน RAM เพื่อป้องกันไม่ให้ RAM บนเครื่องถูกใช้งานจนเต็มนั่นเอง โดยการตั้งค่ามี 2 วิธีครับ

1.Disable Pagefile

หรือปิดการ ใช้งาน Page file ไปเลย กรณีนี้ทำได้ถ้าหากว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีหน่วยความจำที่มากพอต่อการใช้งาน ของคุณ (ข้อแนะนำคือควรมากกว่า 8GB) ไม่อย่างนั้นแล้วหากระหว่างการใช้งานแล้ว RAM มีไม่พอ จะทำให้ โปรแกรมที่คุณกำลังใช้งานนั้น Hang หรือ ปิดตัวเองลงไปแบบอัตโนมัติ
การตั้งค่าเพื่อ Disable Pagefile ก็ให้คลิกตามนี้ครับ
-คลิกขวา My Computer แล้วเลือก Properties
-ไปที่แทป Advance system settings
-คลิก Setting ที่หมวดการตั้งค่า Performance แล้วเลือกที่แทป Advance
-คลิก Change ที่หมวดหมู่ Vertual Memory
-คลิกเลือก Storage ที่เป็น SSD แล้วคลิก No Paging File แล้วกด Set
-กด OK เป็นอันเรียบร้อย
-เพื่อให้แน่นอน Restart เครื่องสักครั้งครับ

2.ย้าย Paging File ไปใช้งานที่ Drive อื่นที่ไม่ใช่ SSD
ในกรณีที่เครื่องคุณมี Storage มากกว่า 2 ตัวขึ้นไปเท่านั้นครับ
การตั้งค่าเพื่อย้าย PageFile ไปยัง Drive อื่น
- ให้เรายกเลิก PageFile ที่ SSD ก่อน ตามวิธีด้านบน
-เข้าไปการตั้งค่า Pagefile แล้วเลือก Storage ที่ไม่ใช่ SSD
-คลิกเลือก System managed size แล้วกด set
-กด OK เป็นอันเรียบร้อย
-เพื่อให้แน่นอน Restart เครื่องสักครั้งครับ

การปิดฟังก์ชั่น Defragment

-เปิด My computer ขึ้นมา แล้วคลิกขวา Drive ที่เป็น SSD แล้วกด Properties
-เลือกแทป Tools แล้วคลิก Defragment now ก็จะเข้าสู่ Disk Defragmenter
-คลิกที่ปุ่ม Configure schedule…
-คลิกยกเลิก Run on a schedule (recommended)
-กด OK แล้ว Restart เครื่องครับ 

วิธีการย้าย Search Index ไปไว้ที่ Storage ตัวอื่น

-คลิกตรงปุ่ม Start หรือ สัญลักษณ์ Windows ที่บริเวณซ้ายล่างของ Taskbar
-พิมพ์ index ตรง search bar แล้วเลือก Indexing options
-กด Advanced จะเข้า Advanced Options ให้เลือกแทป Index Settings
-ตรงหมวดหมู่ Index Location กด Select new
-ให้เลือก ที่สำหรับเก็บ Search Index Cache file ไว้ที่ storage ตัวอื่นที่ไม่ใช่ SSD ครับ
-กด OK ออกมาแล้ว Restart เครื่อง เป็นอันเรียบร้อยครับ

แต่ ถ้าหากเครื่องของคุณ ไม่ได้มี Storage บนเครื่องมากกว่า 2 ตัว หรือมันเป็น SSD ทั้งหมด แล้วคุณไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่น Search เราก็แนะนำว่าให้ปิดมันไปซะ วิธีการปิดก็ดังนี้ครับ

-กดปุ่ม Windows+R แล้วพิมพ์ services.msc
-เลื่อนทางขวา หา Windows Search แล้ว Double click ขึ้นมา
-ตรงแทป General มองหา Startup types: เปลี่ยนจาก Automatic เป็น Disable
-กด Apply แล้วกด OK ออกมา แล้วรีสตาร์ทเครื่องครับ

ผล ที่ได้จากการปิด Search ตรงหน้า Windows explorer จะไม่ปรากฏแทป Search อีกต่อไปนะครับ ซึ่งหากต้องการใช้งานก็ให้เปลี่ยนตรง Startup types: เป็น Automatic เหมือนเดิมนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น