วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

คำสอนพญาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต



     "กัมมัฏฐานโจกแก้วแถวธรรมบ่เตื่องต่อ กัมมัฏฐานพ่อว่อมาขี้ให้หมู่เหม็น เขาก็ลือมันแล้วกัมมัฏฐานหมูเถื่อน ได้อาหารอิ่มท้องนอนมุ้งนั่งธรรม อัศจรรย์ปลาไหลหลดหลาด น่าอนาถหนีหน่ายวังตม ผู้เป็นสมณ์สืบวงศ์บ่มั่ว"


    คำแปล : พระกรรมฐานลวงโลกไปโผล่ตรงนี้ตรงนี้แล้วไปประพฤติเสียหาย คนเขาร่ำลือว่าเป็นพระกรรมฐานจอมปลอม ฉันอาหารอิ่มท้องแล้วนอนเหมือนหมู ไม่สนใจข้อวัตรปฏิบัติ ปลาไหล ปลาหลด ปลาหลาด น่าอนาถถ้ามันเบื่อหน่ายในโคลนตม ผู้เป็นสมณะก็เช่นกัน ถ้าเบื่อหน่ายในพระธรรมวินัย ก็ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายศาสนา ไม่สามารถสืบต่ออริยวงศ์ได้


หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต เขียนถึงฝ่าเท้าทั้งสองข้างของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต




เรื่องที่ลืมเขียนมานมนานคือ....

(ฝ่าเท้าหลวงปู่มั่นทั้งสองข้าง เป็นตาหมากรุกหมดเต็มทั้งสองฝ่า)
เวลาสรงน้ำท่านปรารภว่า (ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนหมู่เพียงเท่านี้)
พูดค่อยๆ แบบเย็นๆ (ในยุคหนองผือ สี่ปีที่ข้าพเจ้าอยู่กับองค์ท่านนั้น)
พระเณรผู้น้อยที่ถวายข้อวัตรสรงน้ำถวายองค์ท่านนั้น ผู้สงวนฟังจึง-
จะได้ยิน (เพราะองค์ท่านก็ปรารภค่อยแบบประหยัดไม่แกมอวด)

ส่วนข้าพเจ้าไม่ได้แย้งอาจเอื้อมถูข้างบน (ระหว่างฝ่าเท้าเสมอๆ)
จำพวกที่ถูหลัง ตัว แขน ขา ฝ่าเท้านั้น มักจะเป็นพระ ๔-๓-๒-
พรรษาเท่านั้นได้ถู พระผู้ใหญ่เหนือ ๕-๖-๗-๘-๙- ไปแล้วไม่ค่อย
จะได้ถูตัว แขน ขา เพราะองค์หลวงปู่เทสน์ว่า สรงน้ำนี้เว้นให้ผู้น้อย
เขาสรงเสีย ถ้าพระผู้ใหญ่มาทำขวางผู้น้อย ผู้น้อยเขาระอายเก้อเขิน
เพราะเขาไม่มีทางเอื้อมมือเข้า และเขาก็กระดากระอายดังนี้

ผู้ผูกเวร คือผู้ผูกโกรธ โดย สมเด็จพระญาณสังวร


" .. ระลึกไว้ทุกลมหายใจเข้าออกถึงพระพุทธภาษิตที่ว่า "ผู้ใดผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา ได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลักของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ"

"ผู้ผูกเวรคือผู้ผูกโกรธ ย่อมทำบาปได้ทุกประการ" แม้หนักหนาเพียงใด แก่ผู้ใดก็ได้ "อำนาจของการผูกเวรหรือการผูกโกรธยิ่งใหญ่นัก" ก่อให้จิตมืดมิดนัก ไม่รู้ผิดไม่รู้ชอบ ไม่รู้บุญไม่รู้บาป

สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงบริสุทธิ์สะอาด ทรงพ้นแล้วจากบาปทั้งหลายทั้งปวง "ทรงมีพระพุทธภาษิตเตือนสัตว์โลกไว้ด้วยพระมหากรุณาที่เปรียบมิได้" น่าที่เราผู้ปรารถนาความไม่เป็นทุกข์หนักหนา จะพึงพร้อมใจกันเทอดทูนพระพุทธภาษิตนั้น มุ่งมั่นปฏิบัติให้สุดสติปัญญาความสามารถ

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

"สร้างเหตุเสียก่อน" โดย หลวงปู่ชา สุภัทโท




สร้างเหตุเสียก่อน

 
   การปฏิบัตินั้นให้พยายามทำ มันจะสงบหรือไม่สงบก็ช่างปล่อยไว้ก่อน " เอาเรื่องปฏิบัติเป็นเรื่องแรก "เอาเรื่องเราได้สร้างเหตุนี่แหละ" ถ้าทำแล้วผลจะเป็นอย่างไรก็ได้

"เราได้ทำแล้วอย่ากลัวว่าจะไม่ได้ผล" มันไม่สงบเราก็ได้ทำ ที่นี้ถ้าเราไม่ทำใครเล่าจะได้ ใครเล่าจะเห็น "คนหานั่นแหละจะเห็น คนกินนั่นแหละจะอิ่ม" .. "

หลวงปู่ชา สุภัทโท

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

78 สถานพยาบาลทำ ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าทันตกรรมก่อน

สำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าบริการกรณีทันตกรรมในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน อุด ถอน และผ่าฟันคุด จาก 600 บาท/ราย/ปี เพิ่มเป็น 900 บาท/ราย/ปี ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี โดยจ่ายตามอัตราค่าบริการทางการแพทย์ตามที่ประกาศคณะกรรมการการแพทย์กำหนด


       สำหรับการนำร่องการใช้สิทธิทันตกรรม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่าบริการทันตกรรม มีจังหวัดนำร่องดังนี้ กรุงเทพมหานคร 12 เขตพื้นที่ และ 18 จังหวัด (ปทุมธานี อ่างทอง สมุทรปราการ สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ชุมพร พังงา สตูล จันทบุรี บึงกาฬ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ เชียงใหม่ แพร่ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี) โดยมีการประกาศรับสมัครสถานพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15 – 19 สิงหาคม 2559 ลงนามบันทึกความร่วมมือในระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2559 สำนักงานประกันสังคมจะประชาสัมพันธ์สถานพยาบาลนำร่องให้ทราบและผู้ประกันตนสามารถใช้บริการสถานพยาบาลนำร่องได้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2559

    รายชื่อสถานพยาบาลที่ทำความตกลงในการให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน ประจำปี 2559

กรุงเทพมหานคร
1. สปส.กทม  พื้นที่ 1
    -  โรงพยาบาลมัชชั่น โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่
    -  โรงพยาบาลหัวเฉียว
2. สปส.กทม พื้นที่ 2
    -  สายหยุดโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก
    -  มิตรสัมพันธ์ทันตแพทย์
    -  โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

วันสืบ นาคะเสถียร 1 กันยายนของทุกปี

     สืบ นาคะเสถียร (31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 - 1 กันยายน พ.ศ. 2533) เป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีชื่อเสียงจาการพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ



ชีวิตครอบครัว

    สืบมีชื่อเดิมว่า "สืบยศ" มีชื่อเล่นว่า "แดง" เกิดที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของนายสลับ นาคะเสถียร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กับนางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมดสามคน ตนเองเป็นคนโต ได้แก่ กอบกิจ นาคะเสถียร เป็นน้องชายคนกลาง และกัลยา รักษาสิริกุล เป็นน้องสาวคนสุดท้อง

     สืบมีบุตรสาวหนึ่งคน คือ ชินรัตน์ นาคะเสถียร

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยแล้วมันก็หยุด โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


   ทีนี้เมื่อบุคคลมาทำเหตุปัจจัยนี้ให้สมบูรณ์บริบูรณ์แล้ว เหตุปัจจัยฝ่ายบุญฝ่ายกุศลนี่นะเมื่อกระทำบำเพ็ญให้สมบูรณ์บริบูรณ์แล้วเต็มที่มันก็ขจัดกิเลสบาปอธรรมทั้งหลายน้อยใหญ่ให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ เมื่อกิเลสบาปอธรรมหมดสิ้นไปแล้ว มันก็ไม่มีเหตุปัจจัยอันใดที่จะมานำดวงจิตนี้ให้ไปเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ไปสุคติบ้าง ไปทุคติบ้าง อย่างนี้ไม่มี นั้นแหละเมื่อมันไม่มีเหตุปัจจัยจะนำไปแล้วมันก็หยุด มันก็หยุดลง หยุดหมุนเวียนนะ หยุดไปแสวงหาที่เกิดต่างๆดังกล่าวมานั้นน่ะ ไม่ไปแล้วมันหยุดแล้ว

   นั้นแหละก็แสดงว่า เหตุปัจจัยทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อมันทำหน้าที่มัน คือ ละอาสวกิเลสหมดสิ้นไปแล้วมันก็ดับไป มันเป็นอย่างนั้น แม้ปัญญาก็ดับ สุดท้ายมานะ เป็นอย่างนั้น ปัญญาก็ทำหน้าที่ของมันแค่ละอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ห้าว่าเป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขาได้โดยเด็ดขาดลงไปแล้วปัญญานั้นมันก็ดับไปตามกัน ปัญญาแหละดับเป็นวาระสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โทงเทง รักษาหอบหืดได้ผลดี

 

   โทงเทง หรือ ภาษาอีสานเรียกหมากโปงโป๊ะ หรือบางที่ก็เรียกบักแข้งขบ แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคดีซ่าน อาการไอและหืดเรื้อรัง บรรเทาอาการแผลมีหนอง แก้เจ็บคอ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก, เยื่อหุ้มผล และทั้งต้น

สรรพคุณทางยา :
ราก ขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน
เยื่อหุ้มผล ยารักษาแผลในปาก เจ็บคอ
ทั้งต้น รักษาโรคดีซ่าน อาการไอและหืดเรื้อรัง บรรเทาอาการแผลมีหนอง แก้เจ็บคอแก้ร้อนในกระหายน้ำ
วิธีการใช้ : เพื่อปรุงยา

-ขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน
นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น

ฝึกตนให้มีความสัจ โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


    นี่แหละ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อุบัติบังเกิดขึ้นมาในโลกเมื่อพระองค์เอาชนะกิเลสน้อยใหญ่ทั้งหลายได้หมดแล้ว พระองค์จึงได้เที่ยวจาริกแสดงธรรมพยุงศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสของผู้ฟังทั้งหลายให้มีกำลังเข้มแข็งขึ้น ไม่ท้อไม่ถอย ให้เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว นั่นแหละ พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้านะเมื่อพระองค์ทรงแสดงไปแล้ว ผู้ฟังทั้งหลายชื่นใจ ใจเบิกใจบาน ใจตั้งลงได้ สามารถทำกุศลคุณงามความดีให้ยิ่งๆขึ้นไปได้

    เมื่อผู้ใดได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยดี ฟังด้วยความเคารพจริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าฟังแต่ขอไปทีเท่านั้น ตั้งใจฟังจริงๆ เหมือนอย่างธรรมที่บรรยายให้ฟังวันนี้แหละ ข้อใหญ่ใจความก็อยู่ที่บุคคลเราน่ะทำอะไรต้องให้มีความสัจความจริงใจ นี่ข้อใหญ่ใจความที่เราจะถือเอาไปฝึกตน คนส่วนมากแน่นอนล่ะ มักจะละเสียซึ่งความสัจ ไม่ค่อยเคารพต่อความสัจ เพราะฉะนั้นจึงทำบุญกุศลความดีให้เจริญมากขึ้นไปไม่ได้

ผู้ไม่เกิดไม่ตาย โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร


    .. ธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า "ท่านให้พิจารณา พุทโธ ให้มันรู้แจ้งเห็นจริง" สัจจธรรมทั้งหลายให้พากันรู้จัก ความเกิดก็ดี ความแก่ก็ดี ความเจ็บก็ดี ความตายก็ดี ข้อนี้แหละสัจจะของจริง

      สิ่งไม่เกิดก็มี สิ่งไม่แก่ก็มี สิ่งไม่เจ็บก็มี สิ่งไม่ตายก็มี นี่เรารู้จักสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้แก่ สิ่งนี้เจ็บ สิ่งนี้ตาย เราก็ควรพิจารณาดู สิ่งใดไม่เกิด สิ่งใดไม่แก่สิ่งใดไม่เจ็บ สิ่งใดไม่ตายเล่า